Business

Hangcha ปักธงไทย! เปิดโรงงานอัจฉริยะ 650 ล้านที่ชลบุรี ดันไทยสู่ฮับการผลิตอาเซียน เชื่อมตลาดโลกเต็มสปีด

26

June

2026

26

June

2026

บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) เปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการ วางไทยเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะแห่งใหม่ เชื่อมอาเซียนสู่ตลาดโลก

บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด จัดพิธีเปิดดำเนินงานโรงงานอย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย เมื่อบริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) ผู้ผลิตอุปกรณ์โลจิสติกส์และเครื่องจักรอุตสาหกรรมชั้นนำจากประเทศจีน จัดพิธีเปิดดำเนินงานโรงงานอย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

จ้าว หลี่หมิ่น ประธานกรรมการ บริษัท หังชา กรุ๊ป (คนที่ 6 จากซ้าย), เฮ่อ ชุนผิง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) (คนที่ 5 จากขวา)

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายจ้าว หลี่หมิ่น ประธานกรรมการ บริษัท หังชา กรุ๊ป และนายเฮ่อ ชุนผิง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) ร่วมกล่าวถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ โดยย้ำถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเปิดโรงงานแห่งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจระดับโลกของ HANGCHA โดยเป็นบริษัทย่อยในต่างประเทศที่บริษัทถือหุ้นทั้งหมด และถูกวางให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ของเครือข่ายระดับโลก เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอาเซียนและตลาดสากลในอนาคต

อู๋ เจี้ยนซิน รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท หังชา กรุ๊ป 

นายอู๋ เจี้ยนซิน รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท หังชา กรุ๊ป กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ของบริษัท โดยโรงงานแห่งนี้จะช่วยยกระดับการผลิตและการบริการในระดับท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการส่งออกสินค้าไปสู่การผลิตในระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ อันจะช่วยผลักดันเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีโลจิสติกส์

เฮ่อ ชุนผิง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์)

ด้านนายเฮ่อ ชุนผิง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า โรงงานในประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่ HANGCHA ลงทุนก่อสร้างเองในต่างประเทศเป็นแห่งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันโรงงานได้ติดตั้งสายการผลิตครอบคลุมทั้งรถกระเช้าทำงานบนที่สูง แบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ พร้อมเดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “เติบโตเคียงข้างไทย สู่ตลาดโลก (Rooted In Thailand, Serving The World)”

โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของจังหวัดชลบุรี ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง มีทุนจดทะเบียน 650 ล้านบาท และพื้นที่รวมกว่า 35,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารผลิตสมัยใหม่ ศูนย์วิจัยและทดสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงสำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร รองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต

ปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าหลัก ได้แก่ รถกระเช้าขากรรไกร (Scissor Lift) รถบูมลิฟท์ (Boom Lift) รถบูมลิฟท์แขนตรง (Telescopic Boom Lift) และรถโฟล์คลิฟท์ถ่วงน้ำหนัก (Counterbalance Forklift) พร้อมทั้งพัฒนาการผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียม ระบบควบคุม ชิ้นส่วนไฮดรอลิก และงานเครื่องจักรกลความแม่นยำสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครบวงจร

คณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเยี่ยมชมสายการผลิตภายในโรงงาน บริษัท หังชา กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์)

ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมสายการผลิตภายในโรงงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการผลิตอัจฉริยะ ระบบ Lean Manufacturing และมาตรฐานการควบคุมคุณภาพระดับสากล โดยผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนหลักที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการออกแบบตามมาตรฐานยุโรปและอเมริกา พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานสากลเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

สำหรับแผนการดำเนินงาน บริษัทตั้งเป้าผลิตรถกระเช้าขากรรไกร 500 เครื่องภายในปี 2569 ก่อนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1,000 เครื่องต่อปีในปี 2570 และขยายสู่กำลังการผลิตรวม 2,000 เครื่องต่อปีภายในปี 2571 ครอบคลุมทั้ง Scissor Lift, Boom Lift และ Telescopic Boom Lift

ในระยะยาว HANGCHA มีเป้าหมายพัฒนาโรงงานแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย พัฒนา การผลิต การจำหน่าย และการบริการแบบครบวงจรของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมใช้ประเทศไทยเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานระดับโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

Tags:
No items found.