.webp)
หนุ่มจีนวัย 22 ปี อุทิศตนเพื่อชาวบ้านในตำบลสูงที่สุดในโลก
10
July
2026
10
July
2026
ในปี 2024 เฮ่าอวี้ วัย 22 ปี เดินทางจากทุ่งหญ้าเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มุ่งหน้าสู่เมืองซานหนาน เขตปกครองตนเองทิเบต และเลือกฝากช่วงวัยหนุ่มของตนไว้ที่ตำบลผู่หม่าเจียงถัง ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ตำบลที่อยู่สูงที่สุดในโลก”
หลังเดินทางมาถึงดินแดนที่ราบสูงหิมะ เฮ่าอวี้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นเวลา 3 เดือน เขาตั้งใจเรียนภาษาทิเบต เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานระดับชุมชน พร้อมตั้งเป้าหมายว่า จะไปทำงานในพื้นที่ที่สูงที่สุดและยากลำบากที่สุด
ในใบสมัครขออาสาไปปฏิบัติงาน เขาเขียนด้วยลายมือตัวเองว่า “ข้าพเจ้าสมัครใจไปทำงานที่ตำบลผู่หม่าเจียงถัง อำเภอล่างข่าจื่อ เมืองซานหนาน... เยาวชนคนรุ่นใหม่ควรมีใจรักประเทศชาติ แบกรับความรับผิดชอบ และรับใช้ประชาชน การทำงานในพื้นที่ที่ยากลำบาก จะยิ่งช่วยเพิ่มพูนความรับผิดชอบและพันธกิจของตนเอง”
“ตอนนั้นผมอยู่คนเดียวในหอพัก ตอนเขียนใบสมัครรู้สึกมีพลังใจเต็มเปี่ยม” เมื่อนึกย้อนถึงคืนนั้น ดวงตาของเขายังคงเปล่งประกาย “ครอบครัวสนับสนุนผมดีมาก” คำพูดสั้น ๆ นี้กลายเป็นกำลังใจที่มั่นคงที่สุดของเขา

แต่เมื่อได้ก้าวเข้าสู่ผืนดินแห่งนี้จริง ๆ เขาจึงพบว่า “การเตรียมตัวให้พร้อม” กับ “การปรับตัวได้จริง” เป็นคนละเรื่องกัน
ตำบลผู่หม่าเจียงถังมีความสูงเฉลี่ย 5,373 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้ชื่อว่าเป็น “ตำบลที่สูงที่สุดในโลก” ที่นี่แม้แต่การหายใจให้เป็นปกติหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันก็ต้องใช้แรงมากกว่าพื้นที่ราบหลายเท่า
วันแรกที่มาถึง เขาเผชิญอาการแพ้ที่สูงอย่างรุนแรงจนล้มป่วย และเพื่อนร่วมงานต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ความยากลำบากกลับไม่ได้ทำให้เขาถอยหนี กลับยิ่งทำให้ความตั้งใจแน่วแน่ขึ้น
“คนหนุ่มไม่ควรท้อแท้กับความยากลำบากเพียงเล็กน้อย ที่นี่ต้องมีคนมาทำงาน แล้วทำไมคนคนนั้นจะเป็นผมไม่ได้?” คำถามเรียบง่ายนี้ กลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่เขาไม่เคยนึกเสียใจเลย
เฮ่าอวี้ ตัดสินใจอยู่ต่อในฐานะเจ้าหน้าที่หนุ่มที่อายุน้อยที่สุดของตำบล ค่อย ๆ ปรับตัวกับความรู้สึกแน่นหน้าอกจากอากาศเบาบาง และเสียงลมแรงในยามค่ำคืน

เมื่อเลือกอยู่ต่อ เขาก็ตั้งใจสร้างประโยชน์
เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ งานประจำวันของเขาเริ่มต้นจากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้าน “หากต้องการทำงานระดับชุมชนให้ดี ก็ต้องเข้าไปอยู่ท่ามกลางประชาชน”
“ทุกคนดีกับผมมาก พวกเขาปฏิบัติกับผมเหมือนลูกหลานของตัวเอง” ความจริงใจของชาวบ้านทำให้เขาประทับใจ เหตุการณ์หนึ่งที่เขาจำไม่ลืมคือ ตอนชาวบ้านช่วยกันทำความสะอาดหมู่บ้าน ผู้สูงอายุเห็นหนุ่มคนนี้กำลังทำงาน จึงพูดว่า “ลูกเอ๋ย พวกเราทำกันเองก็ได้ เห็นลูกทำงานแล้ว พวกเราเป็นห่วง”
ช่วงเวลาเล็ก ๆ เหล่านี้ค่อย ๆ เปลี่ยนเขาจากคนหนุ่มที่เคยคิดเพียงว่า “มาที่นี่เพื่ออดทนกับความลำบาก” กลายเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านที่เข้าใจและผูกพันกับผู้คนอย่างแท้จริง
หยางกัง นายกตำบลผู่หม่าเจียงถัง มองว่า เฮ่าอวี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดและมีความมุ่งมั่น “เขาไม่ได้หลงตัวเองเพราะเป็น ‘เจ้าหน้าที่ที่อายุน้อยที่สุด’ แต่กลับตั้งใจเรียนรู้และเข้ากับประชาชนได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก”

สองปีผ่านไป การเปลี่ยนแปลงของผู่หม่าเจียงถังเห็นได้ชัดเจน ครอบครัวผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งหมด 280 ครัวเรือนได้ย้ายเข้าอยู่ในบ้านที่สะดวกสบาย มีระบบน้ำ ไฟฟ้า ถนน การสื่อสาร และอินเทอร์เน็ตครบถ้วน รวมถึงระบบทำความร้อนและออกซิเจนที่ครอบคลุมทุกพื้นที่
นอกจากนี้ ตำบลยังสร้างศูนย์จัดแสดงการศึกษาแนวคิดสีแดงบริเวณชายแดน ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เฮ่าอวี้และเพื่อนร่วมงานร่วมกันถ่ายทอดความหมายเบื้องหลังตัวเลข “5,373” ให้ผู้คนเข้าใจมากขึ้น
“สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากการทุ่มเทของเจ้าหน้าที่หนุ่มรุ่นแล้วรุ่นเล่า” หยางกังกล่าว
จากชายแดนหนึ่งสู่ชายแดนอีกแห่ง จากทุ่งหญ้าสู่ทุ่งหญ้า เส้นทางชีวิตของเฮ่าอวี้ได้เปลี่ยนไป เขาไม่ใช่เพียงชายหนุ่มวัย 22 ปีที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้พิทักษ์ที่หยั่งรากลงบนผืนดินแห่งนี้
“ผมยังหนุ่มอยู่ อยากทำงานที่นี่ต่ออีกสามปี!” ไม่มีคำประกาศยิ่งใหญ่ มีเพียงคำตอบที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นของชายหนุ่มคนหนึ่ง บนความสูง 5,373 เมตร ต่อเส้นทางที่เขาเลือกเดิน
เรื่องราวของเฮ่าอวี้และเจ้าหน้าที่อีกมากมายที่เดินทางมายังดินแดนแห่งนี้ ยังคงดำเนินต่อไป นี่คือเรื่องราวของวัยเยาว์ ความศรัทธา และผู้คนที่ร่วมกันรักษาความสงบอันบริสุทธิ์บนพื้นที่สูงที่สุดของโลก
ที่มา People’s Daily



