.webp)
ชิงไห่พลิกข้อจำกัดสู่โอกาส ดัน ‘ผักเมืองหนาว’ บุกตลาดโลก
14
July
2026
14
July
2026
เขตเล่อตู มณฑลชิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน กำลังเปลี่ยนข้อจำกัดของพื้นที่สูงและอากาศเย็นให้กลายเป็นจุดแข็งของการผลิต “ผักเมืองหนาว” จนก้าวขึ้นเป็นฐานผลิตผักเมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดของมณฑล และขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นในปี 2011 เมื่อหมู่บ้านหวังฝอซื่อทดลองปลูกผักในโรงเรือน แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่เคยปลูกเพียงข้าวสาลีและมันฝรั่ง แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน รวมถึงดินที่อุดมด้วยธาตุซีลีเนียม ทำให้พริกและผักที่ปลูกมีคุณภาพดี รสชาติโดดเด่น และสามารถออกสู่ตลาดในช่วงที่พื้นที่อื่นมีผลผลิตน้อย
เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม ในปี 2022 เขตเล่อตูได้ก่อสร้างศูนย์เพาะกล้าผักแบบครบวงจร และเปิดใช้งานในปีถัดมา ปัจจุบันสามารถผลิตต้นกล้าได้มากกว่า 25 ล้านต้นต่อปี มีอัตราการรอดสูงกว่า 95% พร้อมสนับสนุนเงินอุดหนุนต้นกล้าและจ้างแรงงานในท้องถิ่นช่วงฤดูเพาะปลูก

ภาคการเกษตรยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ทั้งระบบน้ำและปุ๋ยอัตโนมัติ โดรนเพื่อการเกษตร เครื่องจักรที่ใช้ระบบนำทางดาวเทียมเป่ยโต่ว และการจัดการแปลงปลูกแบบแม่นยำ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และประหยัดทรัพยากร
ด้านการตลาด เล่อตูได้พัฒนาระบบห้องเย็นและโลจิสติกส์ ทำให้สามารถส่งผักเมืองหนาวกว่า 30,000 ตันต่อปีไปยังนครใหญ่ของจีน ขณะเดียวกันยังขยายการส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 ได้ส่งออกพริกหวานไปยังรัสเซีย และในปี 2025 ส่งออกผักใบไปเวียดนามเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังจัดตั้งคลังสินค้าเกษตรในคาซัคสถาน เพื่อกระจายสินค้าไปยังเอเชียกลาง

ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกผักเมืองหนาวของเล่อตูมีมากกว่า 120,000 หมู่ (ราว 5 หมื่นไร่) ให้ผลผลิต 365,100 ตันต่อปี คิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของทั้งมณฑล
ขณะที่ในปี 2025 มณฑลชิงไห่ส่งออกผักเมืองหนาวรวม 11,000 ตัน เติบโตสูงสุดของจีน ครอบคลุมผัก 36 ชนิด ส่งออกไปยัง 14 ประเทศและภูมิภาค

ที่มา People’s Daily



