China 360°

‘แว่นตา AI’ มาแรงในจีน ลุ้นก้าวสู่ ‘อุปกรณ์ยุคใหม่’ แทนที่สมาร์ตโฟน

23

March

2026

23

March

2026

        ก่อนหน้านี้ แว่นตาปัญญาประดิษฐ์ หรือแว่นตาเอไอ มักเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มผู้หลงใหลเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เราได้เห็นนักกีฬาสกีดีกรีแชมป์โอลิมปิกสกีฟรีสไตล์ของจีนอย่างสวีเมิ่งเถา สวมแว่นตาปัญญาประดิษฐ์เพื่อบันทึกการฝึกซ้อมในยิมก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว มิลาน-คอร์ตินา 2026 ขณะที่เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ก็ใช้แว่นตาเอไอในการตรวจสอบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ด้านบล็อกเกอร์ชาวออสเตรเลียรายหนึ่งก็เผยในวิดีโอว่า แว่นตาเอไอเป็นเพื่อนร่วมทางที่เชื่อถือได้มากที่สุดระหว่างที่เขาท่องเที่ยวในจีน

        แว่นตาเอไอกำลังดึงดูดการลงทุนและก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดในหมู่บริษัทเทคโนโลยีจีน โดยนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่าอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะชนิดนี้กำลังเปลี่ยนจากตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่การใช้งานในวงกว้างของผู้บริโภคในจีน และถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในยุคถัดไป ต่อจากสมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอตช์

        เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้ อาลีบาบา (Alibaba) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ได้เปิดตัวแว่นตาเอไอรุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยเควน (Qwen) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ขณะที่ไชน่า ยูนิคอม (China Unicom) ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของจีน เปิดตัวแว่นตาเอไอรุ่นใหม่เช่นกัน ขณะที่ภาพผู้บริโภคหลั่งไหลเข้าไปทดลองแว่นตาเอไอรุ่นล่าสุดในร้านของหัวเหวย (Huawei) และเสียวหมี่ (Xiaomi) ก็กลายเป็นไวรัลบนโลกสื่อสังคมออนไลน์

        อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดแว่นตาเอไอของบริษัทชั้นนำในจีนไม่ได้เป็นแค่การตามกระแส แต่เป็นการแข่งขันเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดอุปกรณ์ปลายทางเคลื่อนที่ยุคถัดไป

        หวังจวิ้นเจี๋ย รองประธานบริษัทผู้ผลิตแว่นตาอัจฉริยะแห่งหนึ่งในจีน เปิดเผยว่าสมาร์ตโฟนได้ถึงขีดจำกัดทางกายภาพแล้ว ทั้งในด้านขนาดหน้าจอและวิธีการโต้ตอบ ทำให้มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดสำหรับนวัตกรรมใหม่ๆ ในทางกลับกันแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งอยู่ใกล้สมองมนุษย์และสามารถรับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ สามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล”

        ขณะเดียวกัน เมื่อการแข่งขันด้านโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทวีความเข้มข้น จุดสนใจจึงย้ายไปสู่การใช้งานจริง ซือเหว่ยซิน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีขั้นสูงเซินเจิ้น ระบุว่าบริษัทจำนวนมากที่เข้าสู่ตลาดนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วงชิงอำนาจในการกำหนดทิศทางของยุคถัดไปที่การประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

        ไอดีซี (IDC) บริษัทวิจัยข้อมูลตลาดระดับโลก คาดการณ์ว่าผู้ผลิตจีนจะครองสัดส่วนร้อยละ 45 ของตลาดแว่นตาเอไอทั่วโลกในปี 2026 โดยยอดจัดส่งจากแบรนด์จีนทั่วโลกจะแตะ 22.67 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.3 เมื่อเทียบปีต่อปี

        แรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้งานในวงกว้างนี้คือการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แว่นตาปัญญาประดิษฐ์ถูกบรรจุอยู่ในโครงการเงินอุดหนุนระดับชาติของจีนเป็นครั้งแรก โดยภาครัฐมอบส่วนลดร้อยละ 15 แก่ผู้ซื้อแว่นตาประเภทนี้ สูงสุดไม่เกิน 500 หยวน (ราว 2,400 บาท)

        เจดี.คอม (JD.com) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระบุว่าตลาดแว่นตาเอไอมีการเติบโตแบบเลขสองหลักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2025 และมียอดเพิ่มขึ้นทุกเดือนหลังจากมีการเพิ่มเงินอุดหนุนในปีนี้

        นอกเหนือจากนโยบายสนับสนุนของรัฐ จุดแข็งของจีนยังอยู่ที่ความแข็งแกร่งด้านการผลิต ตัวอย่างเช่น ในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ผู้ผลิตสามารถผลิตแว่นตาเอไอ ของเล่นเอไอ และหุ่นยนต์อัจฉริยะได้อย่างรวดเร็ว ขั้นตอนอาจเป็นการออกแบบในตอนเช้า สร้างตัวอย่างในตอนบ่าย ผลิตจำนวนมากในวันถัดไป และส่งออกภายในหนึ่งสัปดาห์

        เจิงจิ้นเจ๋อ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศกว่างตง เปิดเผยว่ายอดจำหน่ายแว่นตาเอไอในตลาดอิเล็กทรอนิกส์หัวเฉียงเป่ยในเซินเจิ้น ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์ด้านฮาร์ดแวร์ของจีน” เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน

        เย่ชิงชิง นักวิเคราะห์จากไอดีซีจีน ระบุว่าแม้ตลาดนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีความท้าทายด้านการขยายตลาดในวงกว้าง โดยอุปสรรคหลักอยู่ที่ห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ชิปขั้นสูง จอแสดงผล และแบตเตอรี่

        ฟังก์ชันในปัจจุบันของแว่นตาเอไอ เช่น การถ่ายภาพ การแปลภาษา และการนำทาง สามารถถูกแทนที่ได้ง่ายโดยสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ใช้มีแรงจูงใจน้อยในการใช้งานระยะยาว นอกเหนือจากความแปลกใหม่ จึงควรมุ่งเน้นการใช้จุดเด่นเฉพาะของแว่นตา เช่น การโต้ตอบแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง การรับรู้แบบเรียลไทม์ และบริการเชิงรุก เพื่อพัฒนาการใช้งานที่ผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน

        ขณะเดียวกัน เมื่อแว่นตาปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถมากขึ้น ความกังวลด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัวจึงเพิ่มขึ้น โดยทนายความชาวจีนรายหนึ่งเตือนว่าความสามารถของแว่นตาเอไอในการบันทึกวิดีโอและเสียงในที่สาธารณะท้าทายกรอบความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีน แว่นตาเอไอที่ไม่มีหลักประกันด้านความเป็นส่วนตัว เมื่อยิ่งแพร่หลายเร็วเท่าใด ความเสี่ยงทางสังคมจะยิ่งเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์และเส้นแบ่งทางกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน

        ผู้นำในอุตสาหกรรมบางรายยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับการกลายสภาพเป็นของใช้ทั่วไปในบ้านของแว่นตาเอไอ โดยสวีฉือ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอ็กซ์เรียล (XREAL) ผู้ผลิตแว่นตาอัจฉริยะ เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมแว่นตาเอไอ กับตลาดสมาร์ตโฟนในปี 2005-2006 ก่อนการเปิดตัวไอโฟน (iPhone) โดยกล่าวว่าระบบนิเวศยังคงกระจัดกระจายอย่างมาก ทำให้ “โมเมนตัมแบบยุคไอโฟน” ของแว่นตาเอไอนั้นยังมาไม่ถึง และจะต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มเติม

        หลี่หงเหว่ย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเรย์นีโอ (RayNeo) บริษัทแว่นตาเอไอในเซินเจิ้น ให้กรอบเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเขาคิดว่าปี 2025 ยังไม่ใช่ปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้น และปี 2027-2028 จะเป็นช่วงเวลารุ่งเรืองของแว่นตาเอไอ บ่งชี้ว่าการใช้งานในวงกว้างอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

        ข้อมูลทางการระบุว่าในปี 2025 อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์หลักของจีนมีมูลค่าเกิน 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 5.68 ล้านล้านบาท) และมีบริษัทมากกว่า 6,200 แห่ง โดยแว่นตาเอไอกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงในภาคส่วนนี้ที่กำลังเติบโต

        เมื่อต้นเดือนมีนาคม หลี่เล่อเฉิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เรียกปัญญาประดิษฐ์ว่าเป็น “แรงขับเคลื่อนใหม่ที่ทรงพลัง” ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมระบุว่าจีนจะเดินหน้ากลยุทธ์ “เอไอ+การผลิต” และพัฒนาเอไอเอเจนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในปี 2026

        ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้วแว่นตาเอไออาจกลายเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงทิศทางการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ในตลาด ตลอดจนบทบาทในการพลิกโฉมเศรษฐกิจจีน

ที่มา: Xinhua

Tags:
No items found.